ทำบุญ 14 วัดสวย วัดดัง ทั่วไทย รับทรัพย์ รับโชค เฮงๆๆๆ วันอาสาฬหบูชา กันค่ะ

วัดปากน้ําโจ้โล้
วัดปากน้ําโจ้โล้

วันอาสาฬหบูชาปีนี้ แอดจะพาไปทำบุญ วัดสวย วัดดัง วัดศักดิ์สิทธิ์ทั่วไทยกันค่ะ มีอยู่หลายวัดเลยค่ะแต่ละวัดมีประวัติการก่อสร้างและความศักดิ์สิทธิ์ที่ชวนให้น่าศรัทธาเป็นอย่างมากเลยค่ะ ซึ่งวันอาสาฬหบูชาปีนี้ตรงกับวันหยุดยาว 4 วัน เพื่อนๆคนไหนที่ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี ไปวัดทำบุญเสริมดวงกันค่ะ ทำบุญ 14 วัดสวย วัดดัง ทั่วไทย รับทรัพย์ รับโชค เฮงๆๆๆ กันค่ะ ^^

วัดพุทธชินราช พิษณุโลก

วัดพุทธชินราช พิษณุโลก
วัดพุทธชินราช พิษณุโลก

วัดพระพุทธชินราช พิษณุโลก เป็นวัดคู่บ้าน คู่เมืองพิษณุโลกมาช้านานแล้วค่ะ ด้วยชื่อเสียงที่ลือนามของ องค์พระพุทธชินราช ที่เป็นพระพุทธรูปทองคำทั้งองค์ที่ดูงดงามและศักดิ์สิทธิ์มากๆ พระพุทธรูปซึ่งได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย ทำให้มีผู้คนแวะเวียนมาไหว้พระ ทำบุญ ที่วัดแห่งนี้กันอย่างเนืองแน่นเกือบทุกวันเลยค่ะ ยิ่งช่วงเทศกาลด้วยแล้ว พุทธศาสนิกชน จะพากันมาทำบุญจนแน่นวัดกันเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งองค์พระพุทธชินราชได้ประดิษฐาน อยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ “วัดใหญ่”
ภายในวัดมีสิ่งงดงามมากมายให้ได้แวะสักการะ อาทิเช่น พระวิหารหลวง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช, พระเหลือ เศษทองที่เหลือนำมาหล่อเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดเล็ก, พระปรางค์ประธาน องค์พระปรางค์ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของวัด และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ, พระอัฏฐารส เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ สูง 18 ศอก สร้างในสมัยเดียวกับพระพุทธชินราช บานประตูมุก เป็นบานประตูประดับมุกโบราณที่งดงามมาก, วิหารแกลบ พระเจ้าเข้านิพพาน เป็นโบราณวัตถุสมัยอยุธยา ถือว่าเป็นการจำลองสังเวชนียสถานของพระพุทธเจ้า ซึ่งน่าจะมีแห่งเดียวในประเทศไทย

ที่ตั้ง : ศูนย์การค้าสุรสีห์ ถนนบรมไตรโลกนาถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
เปิดทุกวัน : เวลา 06.30 น. – 18.00 น.
การเดินทาง : สายอ่างทอง-อำเภอโพธิ์ทอง (ทางหลวงหมายเลใช้เส้นทางหมายเลข 1 พหลโยธิน-บางปะอิน -32 บางปะอิน-นครสวรรค์ ตรงเข้าเมืองนครสวรรค์ -เลี้ยวขวา เข้าใช้เส้นทาง117 นครสวรรค์-พิษณุโลก 3064 แล้วขับตรงอย่างเดียว จนกระทั่งถึงแยกบ้านคลอง (พิษณุโลก) ให้เลี้ยวขวา จากนั้นตรงไป เรื่อยๆ จนขึ้นสะพาน แล้วชิดซ้าย หลุดสะพานแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าวัดใหญ่ จะมีที่จอดรถกว้างขวางมากค่ะภายใน บริเวณวัด

วัดขุนอินทประมูล อ่างทอง

วัดขุนอินทประมูล
วัดขุนอินทประมูล

วัดขุนอินทประมูลเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่มีชื่อว่า พระศรีเมืองทอง มีความยาววัดจากปลายพระเมาลีถึงปลายพระบาทได้ 50 เมตร (25 วา) เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหาร แต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไป เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1 เหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝน อยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อย ๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอนมีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็นน่าเลื่อมใสศรัทธา

ที่ตั้ง : ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
เปิดทุกวัน :
การเดินทาง : ใช้เส้นทางได้ 3 สายคือ สายอ่างทอง-อำเภอโพธิ์ทอง (ทางหลวงหมายเลข 3064)

วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพ

วัดเบญจมบพิตร
วัดเบญจมบพิตร

เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้น โดยมีสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความวิจิตรงดงามและเป็นระเบียบได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง ทั้งยังประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี เป็นที่รู้จักกัน โดยทั่วไปในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในชื่อ “Marble Temple”

พระประธานของวัดจำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก บริเวณพระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถเรียงราย ด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ 52 องค์ ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมมาจากหัวเมืองต่าง ๆ และต่างประเทศ

ที่ตั้ง : ถนนนครปฐม ดุสิต กรุงเทพมหานคร
เปิดทุกวัน : เวลา 06.00 – 18.00 น.
การเดินทาง : รถประจำทางสาย 5 ลงที่หน้าวัดเบญจมบพิตร หรือ สาย 70 , 72 และ 503 ลงป้ายพระบรมรูปทรงม้า มองทางขวามือตามถนนศรีอยุธยาจะเห็นยอดตึกใบหยกสกายเดินมาเรื่อยๆ วัดเบญจมบพิตร จะอยู่ด้านขวามือ (เดินประมาณ 3 นาที)

วัดถ้ําเสือ กาญจนบุรี

วัดถ้ําเสือกาญจนบุรี
วัดถ้ําเสือกาญจนบุรี

วัดถ้ำเสือเป็นอีกหนึ่งวัดในดวงใจของเหล่านักท่องเที่ยวสายบุญเลยค่ะ วัดถ้ำเสือเป็นวัดที่มีพระประธานองค์ใหญ่มากๆ สูงเด่นเป็นสง่าโอบล้อมด้วยทุ่งนาเขียวขจีดูสดชื่นมากๆและองค์พระประธานประดับด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ ดูสวยงามมากๆ อุโบสถอัฏฐมุขเป็นทรงไทยมีลวดลายวิจิตรตระการตา เจดีย์เกษแก้วมหาปราสาทสามารถเดินหรือใช้ลิฟต์ขึ้นไปชมทิวทัศน์ที่สวยงามได้

ที่ตั้ง : ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
เปิดทุกวัน :
การเดินทาง : จาก ถนนแสงชูโต มุ่งหน้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จะมีป้ายเลี้ยวซ้ายไป อำเภอท่าม่วง ผ่านโรงพยาบาลท่าม่วง ถึงหอฬิกาให้เลี้ยวซ้าย แล้ววิ่งเลียบถนนคลองชลประทาน ผ่านเขื่อนแม่กลองจนสุดทาง จะพบ 3 แยก ให้เลี้ยวขวา ไปตามทางอีก 1 กม. จะพบแยกซ้ายเข้าวัดม่วงชุม เลี้ยวซ้ายไปตามทาง มีป้ายบอก วัดถ้ำเสือจะอยู่ติดกับวัดถ้ำเขาน้อย

วัดพระธาตุ หริภุญชัย

วัดพระธาตุหริภุญชัย
วัดพระธาตุหริภุญชัย

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดลำพูน พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่หลายๆคนอยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต เพื่อเสริมดวงชะตาให้เจริญรุ่งเรือง เชื่อกันว่าพระธาตุหริภุญชัย เป็นพระธาตุประจำปีเกิด ของคนเกิดปีระกา หรือ ปีไก่นั้นเอง ดังนั้น พระธาตุแห่งนี้จะมีคนที่เกิดปีระกา มาเยือนมากเป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียว เพื่อมาขอพร ขอโชคลาภ ให้ประสบความสำเร็จสมดังปราถนา

ที่ตั้ง : 335 ถนนรอบเมืองใน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
เปิดทุกวัน : เวลา 08.30 น. – 16.30 น.
การเดินทาง : ใช้ถนนสายเอเชียเข้าตัวจังหวัดลำพูน จากตัวเมืองใช้เส้นทาง ถนนเจริญราษฎร์ วัดตั้งอยู่ติดริมถนนหาง่าย หรือ ถ้าเดินทางโดยรถประจำทาง กรุงเทพ-ลำพูน ใช้บริการรถท้องถิ่นเข้าไปยังตัววัดได้เลย

วัดสิรินธรวราราม หรือ วัดภูพร้าว

วัดภูพร้าวอุบล
วัดภูพร้าวอุบล

วัดภูพร้าวเป็นวัดที่สวยที่สุดของอุบลราชธานี โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า เข้าสู่โมดยามค่ำคืนอันมืดมิดแต่วัดภูพร้าว กลับส่องแสงสว่างไสว ดูงดงามมากๆ ซึ่งเป็นแสงจาก ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง และเป็นไฮไลน์ของวัดนี้เลยทีเดียว ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาเที่ยววัดภูพร้าว วัดภูพร้าว ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุบลประมาณ 70 กม. สร้างจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ บริเวณบนยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีปัดทองตั้งเด่นเป็นสง่า ซึ่งตัวอุโบสถสร้างตามแบบวัดเชียงทอง ในประเทศลาว ผนังด้านหลังโบสถ์ มีต้นกัลปพฤกษ์ ที่สามารถเรืองแสงเปล่งประกาย โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิด อย่างสวยงาม โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดูต้นไม้เรืองแสง คือ เวลา 18.00 – 20.00 น. ภายในโบสถ์มีพระประธานที่งดงามมากๆ โดยด้านหลังพระประธานมีไม้แกะสลักเป็นต้นโพธิ์สีทองอร่ามดูงดงามมากๆ ภายในวัดเงียบสงบมากๆ หากใครที่ชอบความสงบจะรู้สึกประทับใจมากๆ จนอยากจะกลับมาอีกสักครั้งในชีวิตอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
เปิดทุกวัน : เวลา 06.00 น. – 20.00 น.
การเดินทาง : จากตัวเมืองอุบลใช้เส้นทางเดียวกับทางไปด่านช่องเม็ก จนเลยเขื่อนสิรินธรมา ก่อนจะถึงตัวด่านประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายเล็กๆ เข้าตัววัด

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

วัดพระสิงห์
วัดพระสิงห์

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดงามสไตล์ล้านนา วัดที่มีพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ในวิหารลายคำ วัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามมากๆแห่งหนึ่ง วัดที่มีพระอุโบสถที่ตกแต่งแบบศิลปะล้านนาอันวิจิตร วัดที่มีหอไตรประดับด้วยรูปปูนปั้นเทวดา และเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนาตามความเชื่อพระธาตุเจดีย์นั้น ทำให้วัดพระสิงห์ เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวหลายๆคนที่มาเที่ยวเชียงใหม่ อยากมาชมความงดงามและทำบุญที่วัดแห่งนี้ เพราะ พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของเชียงใหม่ สร้างด้วยศิลปะเชียงแสนโบราณ ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร หล่อด้วยสำริดหุ้มทอง สูง 79 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 63 เซนติเมตร เมื่อ พ.ศ.700 และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง”

ที่ตั้ง : คูเมืองเชียงใหม่ ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
เปิดทุกวัน : เวลา 07.30 – 17.30 น.
การเดินทาง : มาจากประตูท่าแพให้ตรงมาตามถนนราชดำเนินจนสุดถนนจะพบกับทางเข้าวัดพระสิงห์ หรือถ้ามาจากประตูสวนปรุง ก็ให้ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านแยกไฟแดง 1 ครั้ง จะพบทางเข้าวัดด้านซ้ายมือ

วัดเขาตะเครา

หลวงพ่อทองวัดเขาตะเครา
หลวงพ่อทองวัดเขาตะเครา

วัดเขาตะเครา วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านานของชาวเมืองเพชรบุรี ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทอง ทำให้มีสาธุชนจำนวนมากพากันมากราบไหว้ขอพรไม่ขาดสาย ซึ่งหลวงพ่อทองเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสูง 29 นิ้ว หน้าตักกว้าง 21 นิ้ว มีบันทึกว่า ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีชาวประมงบ้านแหลมไปตีอวนบริเวณปากอ่าวแล้วได้พบ พระพุทธรูปผุดขึ้นมาจากน้ำเป็นจำนวน 2 องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร ชาวบ้านนำไปประดิษฐานที่ วัดบ้านแหลม หรือ วัดเพชรสมุทรวิหาร กลางเมือง จ.สมุทรสงคราม ส่วนอีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชาวบ้านได้นำมาประดิษฐานไว้ที่ วัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี จนถึงทุกวันนี้

ที่อยู่ : ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
เปิดทุกวัน : เวลา 08.00 – 17.00 น.
การเดินทาง : ก่อนจะเข้าตัวเมืองเพชรบุรีเล็กน้อย มีถนนแยกซ้ายมือเข้าสู่วัดเขาตะเครา ขับตรงไปอีกระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร จะถึงวัดเขาตะเครา

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร (สระบุรี)

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม มีปูชนียสถานสำคัญอันเลื่องชื่อคือ ‘รอยพระพุทธบาท’ ขนาดความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11 นิ้ว ที่ประทับบนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี ด้วยเป็นรอยพระบาทตามลักษณะ 108 ประการ พระเจ้าทรงธรรม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราวครอบไว้ และมีการต่อเติมกันอีกหลายสมัยพระมณฑปเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว ผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจก บานประตูเป็นงานประดับมุกชั้นเยี่ยมของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นสู่พระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย หมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์ หัวนาค 5 เศียรที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด สำหรับผู้ที่มานมัสการสามารถแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ได้ ด้วยการตีระฆังที่แขวนเรียงรายอยู่รอบมณฑป เชิงบันไดนาคมีศาลาเปลื้องพระภูษา การได้มา วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้กราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังได้ชมโบราณสถานและโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย นับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

ที่อยู่ : บ้านพระพุทธบาท หมู่ 8 ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
เปิดทุกวัน : เวลา 06.00 – 18.00 น.
การเดินทาง : มีรถตู้ กรุงเทพ-ลพบุรี ให้บริการที่หมอชิต และอนุสาวรีย์ชัย โดยรถจะมาจอดที่ท่าพระบาท ปากทาง เข้าพระพุทธบาท ให้ต่อรถสองแถว เข้าไปยัง วัดพระพุทธบาท รถออกตั้งแต่ 04.00 – 20.00 น. ขากลับข้ามฝั่งมาขึ้นได้ที่ท่าพระบาทเหมือนเดิม จะมีคิวรถตู้จอด อยู่ ของ บริษัท วัชรินทร์ ทัวร์ กรุ๊ป

วัดพนัญเชิงวรวิหาร (อยุธยา)

วัดพนัญเชิงวรวิหาร
วัดพนัญเชิงวรวิหาร

วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดที่ ถ้าใครได้มาเที่ยวอยุธยาแล้วไม่ได้แวะมา นมัสการหลวงพ่อโตวัดนี้ ถือว่ายังมาไม่ถึงอยุธยาเลยทีเดียวค่ะ หลวงพ่อโต พระคู่บ้านคู่เมืองอยุธยามาช้านาน ซึ่งตามพงศาวดารกล่าวว่าสร้างขึ้นก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาถึง 26 ปี หรือตรงกับพ.ศ.1867 เดิมนามว่า พระเจ้าพแนงเชิง หรือเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวจีนว่า เจ้าพ่อซำปอกงหรือผู้คุ้มครองการเดินทางในทะเล ซึ่งได้รับพระราชทานนามใหม่จากรัชกาลที่ 4 ว่า พระพุทธไตรรัตนนายก เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ศิลปะอู่ทองตอนปลาย ปางมารวิชัยขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง 14.20 เมตร สูง 19.20 เมตร นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เมื่อคราวจะเสียกรุงในพ.ศ.2310 หลวงพ่อโตมีน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย เป็นที่อัศจรรย์นัก

ส่วนพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปทอง ปูนและนาค ซึ่งเดิมทีเป็นเพียงพระพุทธรูปปูนปั้นทั้ง 3 องค์ แต่เพิ่งค้นพบภายหลังว่าเป็นทองและนาคเมื่อปูนกระเทาะออก จึงสันนิษฐานว่าก่อนจะเสียกรุง ชาวบ้านนำปูนมาพอกองค์พระไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พม่าเผาลอกเอาทองพระไป

ที่อยู่ : ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เปิดทุกวัน : เวลา 08.00 – 17.00 น.
การเดินทาง : หากเดินทางมาจากรุงเทพโดยใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกเข้าอยุธยา ตรงเข้ามาจะพบวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม ให้เลี้ยวซ้าย ไปอีก 1.5 กม.วัดใหญ่ชัยมงคล จะอยู่ทางซ้ายมือ และตรงไปอีกราว 3 กม. จะเห็นวัดพนัญเชิงอยู่ทางขวามือ

พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ (นครนายก)

พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์
พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์

พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ นครนายก เป็นพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ขนาดใหญ่ ที่แวดล้อมไปด้วยรูปปั้นพระอรหันตสาวก 1,250 รูป ณ สถานที่นี้ คล้ายภาพเหตุการณ์ครั้งพุทธกาล ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโอวาทปาติโมกข์ แก่ภิกษุ 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ เวฬุวันมหาวิหาร ใกล้กรุงราชคฤห์ ในวันเพ็ญเดือน 3 ได้ย้อนมาปรากฏอยู่ตรงหน้าอีกวาระหนึ่ง รวมทั้งประติมากรรมทราย “พุทธจริยาวัตร 60 ปาง” เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ทำนองเดียวกับพุทธประวัติ รวมทั้งสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาในต่างประเทศ เช่น เจดีย์สวยัมภูวนารถ ที่เนปาล เจดีย์พุทธคยา ที่อินเดีย เป็นต้น ประติมากรรมทรายนี้มีขนาดกว้าง 7.4 เมตร ยาว 54 เมตร สูง 6.4 เมตร ใช้ทรายแม่น้ำน้ำหนัก 100 ตัน ถือได้ว่าเป็นประติมากรรมทรายที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ที่อยู่ : บริเวณถนนหมายเลข 3050 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
เปิดทุกวัน : เวลา 06:00 – 18.00 น.
การเดินทาง : พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ ตั้งอยู่ที่ ถนนหมายเลข 3050 เส้นทางไปน้ำตกสาริกา


วัดปากน้ําโจ้โล้ (ฉะเชิงเทรา)

วัดปากน้ําโจ้โล้
วัดปากน้ําโจ้โล้ ขอบคุณภาพจาก http://wisutr28.thaimultiply.com
วัดปากน้ําโจ้โล้
วัดปากน้ําโจ้โล้ ขอบคุณภาพจาก http://wisutr28.thaimultiply.com
วัดปากน้ําโจ้โล้
วัดปากน้ําโจ้โล้ ขอบคุณภาพจาก http://wisutr28.thaimultiply.com

วัดปากน้ำโจ้โล้ วัดที่มีโบถส์สีเหลืองทองเปล่งประกายระยิบระยับยามต้องแสงอาทิตย์ เป็นภาพที่ดูงดงามมากๆ ด้วยความวิจิตรบรรจงของช่างศิลป์ ที่วาดวางลวดลายอ่อนช้อยแบบไทยๆ ตกแต่งประดับประดาไว้ได้อย่างงดงาม นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีจุดให้ลอดใต้ฐานพระประธาน เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย วัดปากน้ำโจ้โล้ ตั้งอยู่ในอำเภอบางคล้า ริมฝั่งทางทิศตะวันออกของลำน้ำบางปะกง และติดริมถนน (ตรงข้ามโรงเรียนวัดปากน้ำโจ้โล้) หาง่าย มองเห็นได้เด่นชัด

ที่อยู่ : หมู่ 7 ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
เปิดทุกวัน : เวลา 07:00 – 18.00 น.
การเดินทาง : จากตลาดน้ำบางคล้า ให้เลี้ยวซ้ายไปทางเดียวกับร้านร่มไม้สายธาร ขับตรงไป จะเห็นโรงเรียนปากน้ำโจ้โล้ วัดปากน้ำโจ้โล้ จะตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม


วัดสมานรัตนาราม (วัดใหม่ขุนสมาน)

วัดสมานรัตนาราม
วัดสมานรัตนาราม

วัดสมานรัตนาราม วัดที่โดดเด่นที่องค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขขนาดใหญ่ สูง 16 เมตร ยาว 24 เมตร เนื้อสีชมพู ลักษณะนั่งกึ่งตะแคงบนฐาน พระหัตถ์ซ้ายถืองาที่หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานมีพระพิฆเนศทั้ง 32 ปาง ที่ประชาชนต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธามากราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมาก อีกทั้งภายในวัดยังเป็นศูนย์รวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อในพุทธศาสนาอีกมากมาย เช่น หลวงพ่อโต หลวงพ่อองค์ดำ พระโพธิสัตว์กวนอิม พระราหู เป็นต้น

ที่อยู่ : ตำบลบางแก้ว ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
เปิดทุกวัน : เวลา 08:00 – 17.00 น.
การเดินทาง : จากกรุงเทพใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ หรือมีนบุรี ไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา


วัดอโศการาม (สมุทรปราการ)

วัดอโศการาม
วัดอโศการาม

การที่วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดอโศการาม เพราะหลวงพ่อลีประสงค์จะให้เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงคุณพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ของอินเดียที่ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนามายังแถบเอเชียโดยเฉพาะประเทศไทย ที่วัดวัดอโศการาม มี ธุตังคเจดีย์ ที่งดงามมากๆ ทาสีขาวทั้งองค์ เป็นเจดีย์หมู่ ๑๓ องค์ เป็นปูชนียสถานประดิษฐานพระบรมสารีริธาตุ ไว้เป็นที่สักการะของเหล่าเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย นอกจากนี้ที่วัดอโศการาม ยังเป็นสถานที่ปฏิบ้ติธรรมกัมมัฏฐานภาวนา ที่หลวงพ่อลี ได้วางรากฐานไว้ เหล่าศิษยานุศิษย์ได้ปฏิบัติสืบๆ กันมาตราบเท่าทุกวันนี้ โดยใช้หลักอานาปานสติกัมมัฏฐานะ

ที่อยู่ : เทศบาลบางปู ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
เปิดทุกวัน : เวลา 08:30 – 16.30 น.
การเดินทาง : นั่งรถโดยสารประจำทางสาย 25, 102, 142, 145, 507, 508, 511 และ 536

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ไร่ชาฉุยฟง

เที่ยวเชียงราย ไม่มาไม่รู้ ธรรมชาติ ประเพณี วัด งดงามมากๆ

เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพ สวยและฟินมากค่ะ ^^

ทะเลสัตหีบ