ปั่นเที่ยวเมืองเก่า ปีนเขาหลวงสุโขทัย

ย่างเข้าหน้าฝน ฤดูเข้าป่าก็เริ่มต้นอีกครั้ง เราคิดกันว่าจะไปไหนกันดีที่ไปง่ายและเดินขึ้นไม่ยากประจวบเหมาะกับมีโปรตั๋วเครื่องบิน Bangkok Airway ลงสุโขทัยราคาไม่แพงมาก จัดสิคะ..รออะไร

เริ่มทริปเขาหลวง 4 วัน 3 คืน ครั้งนี้ด้วยการจองตั๋วเครื่องบินไปกลับในราคา 1,800 บาท จองตั๋วเสร็จสรรพ เราก็จองที่พัก 1 คืนที่ตัวสุโขทัย จองเตนท์สำหรับนอนบนเขาหลวง 2 คืน และจองรถที่จะพาเราขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติรามคำแหง ส่วนราคารถโทรสอบถามจะดีกว่าเพราะราคาไปรับและส่งแต่ละที่ราคาไม่เท่ากัน เบอร์นี้สำหรับโทรจองรถขึ้นอุทยาน 081-674-6131 และ เบอร์อุทยานแห่งชาติรามคำแหง 086 895 6388 สำหรับโทรจองเตนท์และจองการขึ้นเขาเผื่อเต็มจองไว้ก่อนก็ดีค่ะ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ได้เวลาออกเดินทางกันค่ะ

วันที่ 1 ปั่น ปั่น ชม 2 เมืองเก่าสุโขทัย 1 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
ก้าวเท้าขึ้นเครื่องบินกัน เครื่องบิน Bangkok Airway ลำนี้ไม่ใหญ่นักที่นั่งภายในแบ่งเป็น 2 แถว 2 ที่นั่งติดกัน อาหารบนเครื่องรสชาติธรรมดาๆ

เครื่องบิน Bangkok Airways
อาหารบนเครื่อง

ถึงสนามบินสุโขทัยแล้ว สวยงามตามแบบสุโขทัยเลยค่ะ

สนามบินสุโขทัย
สนามบินสุโขทัย

เที่ยวสุโขทัยครั้งนี้เราเหมารถตู้ค่ะและที่แรกที่เราจะไปวันนี้คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก ที่นี่จัดแสดงการพัฒนาการของเครื่องถ้วยสุโขทัยด้วยเหตุที่อำเภอสรรคโลกเคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัยที่สำคัญในสมัยสุโขทัยและอยุธยา ภายในจัดแสดงเครื่องถ้วยที่ได้จากการรวบรวมของพระสวรรควรนายก เครื่องถ้วยที่กรมศิลปากรได้จากการขุดพบทางโบราณคดีในบริเวณเมืองโบราณศรีสัชนาลัยและเครื่องถ้วยจากแหล่งเรืออับปางในอ่าวไทย และนอกจากนี้ยังนำเสนอเรื่องพุทธประติมากรรมในศิลปะต่างๆ โดยเน้นศิลปะสุโขทัยเป็นสำคัญ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

ด้วยพื้นที่ที่นี่กว้างมากๆ ที่แรกที่เราแวะคือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง เป็นวัดที่อยู่นอกกำแพงเมืองเก่าศรีสัชนาลัย

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

จากนั้นเข้าสู่ตัวโซนในกำแพงเมืองกันค่ะ ในโซนนี้แนะนำให้ปั่นจักรยานชมรอบเมือง ค่าเช่าจักรยานไม่แพงมาก แต่ถ้าใครไม่อยากปั่นก็จะมีรถรางนำเที่ยวรอบๆ ได้เหมือนกันนะคะ เมื่อจักรยานพร้อมก็ออกปั่นกันเลย ถึงแม้จะมีแดดแต่ที่นี่ก็ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีอยู่มากมาย

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

ทางเข้าจะมีแผนที่ของตัวอุทยานประวัติศาสตร์ให้ศึกษากันก่อน

แผนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

ปั่นมาตาเส้นทางก็จะเจอ วัดนางพญา ตั้งอยู่แนวเดียวกับวัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ ประกอบด้วยเจดีย์ประธาน วิหารและโบสถ์ โดยเจดีย์ประธานเป็นรูปทรงกลมตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ

วัดนางพญา
วัดนางพญา

วัดช้างล้อม โดดเด่นด้วยเจดีย์ประธานทรงลังกา ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ภายในกำแพงแก้วสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบ จำนวน 39 เชือก และช้างที่อยู่ตามมุมเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ

วัดช้างล้อม
วัดช้างล้อม

วัดเจดีย์เจ็ดแถว ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดช้างล้อม จุดเด่นของวัดนี้คือเจดีย์รูปแบบต่างๆ เจดีย์ที่สำคัญ ได้แก่ เจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูม อยู่ด้านหลังพระวิหาร และเจดีย์รายรวมทั้งอาคารขนาดเล็กแบบต่างๆ จำนวน 33 องค์ มีกำแพงแก้วล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง เจดีย์รายที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวแห่งนี้ได้รับอิทธิพลศิลปะจากที่ต่างๆ หลายแห่ง เช่น ลังกา และพุกาม

วัดเจดีย์เจ็ดแถว

วัดสวนแก้วอุทยานน้อย หรือ วัดสระแก้ว อยู่ห่างจากวัดช้างล้อม 200 เมตร กลุ่มโบราณสถานมีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีประตูทางเข้าด้านหน้า และด้านหลังวัด มีโบราณสถานประกอบด้วย เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูมล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว วิหารมีซุ้มพระตั้งอยู่ด้านหลังลักษณะเป็นมณฑป หลังคามณฑปเป็นรูปโค้งแหลม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย

วัดสวนแก้วอุทยานน้อย

ที่เมืองสวรรคโลกแห่งนี้ยังเป็นเมืองผลิตเครื่องสังคโลกที่สำคัญมากในอดีต ที่นี่จึงมีขุดพบเตาโบราณมากมาย โดยเฉพาะที่แหล่งเตาสังคโลกบ้านเกาะน้อยแห่งนี้มีการขุดพบเตาที่สำคัญได้แก่ เตาตะกรับและเตาประทุน

แหล่งเตาสังคโลกบ้านเกาะน้อย
แหล่งเตาสังคโลกบ้านเกาะน้อย

จบจากที่นี่เราไปต่อกันที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยค่ะ ที่นี่เรายังคงใช้การปั่นจักรยานเที่ยวรอบอุทยานค่ะ

เริ่มกันที่ วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดของกรุงสุโขทัย มีพระเจดีย์มหาธาตุเป็นเจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือทรงดอกบัวตูม และรายล้อมด้วยเจดีย์ 8 องค์บนฐานเดียวกัน ด้านเหนือและด้านใต้ของเจดีย์มหาธาตุมีพระพุทธรูปยืนภายในซุ้ม เรียกว่า “พระอัฎฐารศ”

วัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุ

ถัดไปเป็น วัดศรีสวาย ห่างจากวัดมหาธาตุประมาณ 350 เมตรไปทางใต้ ลักษณะเป็นปรางค์สามยอดแบบขอม มีคูน้ำล้อมรอบปรางค์สามองค์ เดิมเป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ ปรางค์วัดศรีสวายจึงแตกต่างจากปรางค์สมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งมีต้นแบบจากปรางค์ในศิลปะขอมและคล้ายคลึงแบบขอมมากกว่าปรางค์ในแบบของช่างสุโขทัย

วัดศรีสวาย

อีกวัดที่ไม่ควรพลาดและถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่นั่นก็คือ วัดศรีชุม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ซึ่งมีนามว่า “พระอจนะ” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงและได้กลายเป็นวัดร้างในสมัยอยุธยาจนกระทั้งปี พ.ศ. 2495 ได้ทำการบูรณะใหม่ ตามหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาที่เขียนในสมัยอยุธยาตอนปลาย เรียกสถานที่นี้ว่า ฤาษีชุม ว่าเป็นสถานที่ที่พระนเรศวรมาประชุมทัพกันอยู่ที่นั้นก่อนที่จะยกทัพไปปราบปรามเมืองสวรรคโลก อันเป็นต้นตอของตำนานเรื่องพระ (อจนะ) พูดได้ที่เล่าขานกันต่อกัน

วัดศรีชุม

จุดสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง ตั้งอยู่ด้านขวาของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่นี่เป็นจุดบอกรายละเอียด รวบรวมและจัดแสดงศิลปโบราณที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีภายในเมืองสุโขทัย ทำให้เราเข้าใจแต่ละสถานที่ได้มากขึ้น เรามาถึงที่นี่เวลา 15:30 น. ซึ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหงปิดเวลา 16:00 น. เจ้าหน้าที่นี่ก็ยังใจดีให้เราได้เดินกันค่ะ เราจึงรีบเดินรีบถ่ายรูปกันในเวลาครึ่งชั่วโมง เราเน้นที่สำคัญๆ เช่นการจำลองอุโมงค์ วัดศรีชุม รูปปั้นต่างๆ เพราะมีจำลองจิตรกรรมฝาผนังบริเวณทางเดินขึ้นอุโมงค์ เป็นต้น

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง

จบหนึ่งวันในการเที่ยวเมืองเก่าค่ะ ที่อยากจะแนะนำในการเที่ยวเมืองเก่าสุโขทัยคือ เราควรศึกษาข้อมูลของแต่ละที่มาก่อนหรือมีไกด์คอยแนะนำค่ะ มันจะทำให้เราสนุกกับการเดินเที่ยว ในทริปนี้เรามีพี่อีกคนคอยเป็นไกด์ที่พอรู้เรื่องเมืองสุโขทัยค่ะจึงทำให้ทริปนี้สนุกและไม่พลาดจุดสำคัญต่างพร้อมได้ความรู้ด้วย

และคืนนี้เรานอนกันที่ โรงแรม เลอ ชาร์ม สุโขทัย ห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์ประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ ค่ะ  ห้องที่เราไปพักคือ Deluxe Villa ห้องใหญ่มากและมีประตูเชื่อมกันระหว่าง 2 ห้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัก 2 ห้องติดกันค่ะ ห้องพักที่นี่สะอาด กว้าง และมีสระว่ายน้ำด้วยนะคะ อาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟต์ง่ายๆ แต่ก็เหมาะสมกับราคาห้องพักค่ะ

โรงแรม เลอ ชาร์ม สุโขทัย
โรงแรม เลอ ชาร์ม สุโขทัย

วันที่ 2 ปีน ปีน เขาหลวงสุโขทัย
เช้านี้เราเตรียมเก็บกระเป๋าแต่งตัวพร้อมเพื่อปีนเขา และทานอาหารเช้า ณ โรงแรม เก้าโมงตรงเป๊ะรถมารับเพื่อเตรียมไปเขาหลวงสุโขทัย เราให้รถแวะที่ตลาดเพื่อซื้ออาหารกลางวันอาหารแห้งและอาหารสดเพื่อไปประกอบอาหารกันด้านบน เสร็จสรรพรถออกเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็มายืนอยู่หน้าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง จากนั้นลงทะเบียนเพื่อเสียค่าเข้าอุทยาน ค่าเต็นท์และค่าลูกหาบ จากนั้นก็ลุยกันเลย

อุทยานแห่งชาติรามคำแหง

ข้อมูล: อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ตั้งอยู่ในอำเภอคีรีมาศมีเนื้อที่ประมาณ 341 ตารางกิโลเมตร มีภูเขาที่สูงที่สุดคือ “เขาหลวง” ประกอบด้วยเขานารายณ์ สูง 1,160 เมตร เขาพระเจดีย์ สูง 1,185 เมตร เขาภูคาและเขาพระแม่ย่า สูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม มีปริมาณฝนมากในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม  และฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนช่วงที่อากาศเย็นสบายที่สุดระหว่างเดือนธันวาคม – มกราคม เขาหลวงสุโขทัยนั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นตลอดทั้งปี ดังนั้นที่นี่คนจะเยอะมากในช่วงวันหยุดยาวและช่วงหน้าหนาว

อุทยานแห่งชาติรามคำแหง

ไหว้สิ่งศักดิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล

อุทยานแห่งชาติรามคำแหง

พระเทพเคยเสด็จมาที่นี่และใช้เวลาเดินขึ้นเขาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น!!

ระยะทางจากจุดทางขึ้นถึงจุดพักแรมประมาณ 3.5 กิโลเมตร ถึงแม้ระยะทางจะสั้นแต่ทางขึ้นนั้นมีแต่คำว่าชัน!! ซึ่งสลับกันไประหว่างชันมากและชันน้อย

ป้ายชื่อแต่ละชั้น

ทางขึ้นเขาหลวงสุโขทัยระหว่างชั้นจะมีจุดนั่งพักและเติมน้ำเพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำดื่มเพราะที่นี่มีให้ตลอดทาง ที่นี่ยุงค่อนข้างเยอะแนะนำพกที่ฉีดกันยุงไปด้วยนะคะ

จุดพักและเติมน้ำระหว่างทางเขาหลวงสุโขทัย

จุดนั่งพักบางที่จะเป็นมีวิวสวยๆ ให้ชมแบบนี้ค่ะ

จุดพักชมวิว

จากนั้นก็เดิน..เดินขึ้น..และเดินขึ้น
หากมาหน้าฝนอย่าลืมเสื้อกันฝนมาด้วยนะคะ ส่วนทางที่เดินขึ้นก็จะแฉะๆ ควรระมัดระวังก้าวช้าๆ ไม่ต้องรีบ

ทางขึ้นเขาหลวงสุโขทัย

แต่ต้องยกนิ้วให้พี่ลูกหาบจริงๆ นับถือในการเดินของพี่เค้ามาก

ลูกหาบเขาหลวงสุโขทัย
จุดพักต้นไทรงาม
ปล่องนางนาค

ในที่สุดก็ถึงจุดกางเต็นท์แล้ว หลังจากใช้เวลาเดินทางทั้งหมดเกือบ 6 ชั่วโมง!!

ลานกางเต็นท์
ลานกางเต็นท์

หลังจากขึ้นมาแล้วเราต้องไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อรับเต็นท์และเอาเครื่องนอนต่างๆ เต็นท์ที่นี่เจ้าหน้าที่จะกางไว้แล้วเพียงแค่นำมาตั้งในตำแหน่งที่เราต้องการ

ลานกางเต็นท์

จากนั้นเตรียมตัวไปอาบน้ำเย็นกัน ถึงแม้ว่าช่วงที่เราไปจะเป็นหน้าฝนแต่น้ำก็เย็นเจี๊ยบยังกับน้ำในตู้เย็น เพราะน้ำที่นี่นั้นไหลมาจากภูเขานั่นเอง ส่วนห้องน้ำที่นี่่ถือว่าโอเคในระดับหนึ่งและอย่าลืมพกไฟฉายเวลามาเข้าห้องน้ำช่วงดึกๆ ด้วยนะคะ

ห้องน้ำเขาหลวงสุโขทัย
ห้องน้ำเขาหลวงสุโขทัย

และแล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็น อุปกรณ์การทำอาหารเย็นนี้เราสามารถเช่าได้ที่ร้านของเจ้าหน้าที่ค่ะ ซึ่งก็มีเกือบครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น หม้อ กะทะ จาน ชาม ช้อน เตาแก๊สแบบกระป๋อง ตะแกรงปิ้งย่าง สนนราคาชิ้นละ 20 บาท ส่วนเตาแก๊สกระป๋องราคาร้อยกว่าบาท ในส่วนของอาหารแห้งก็มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ไข่ ขนมทานเล่นก็มีนะคะ อยู่บนนี้รับรองไม่อดตายแน่นอนค่ะ ขอแค่พกเงินมาก็พอ ^^

ร้านค้าบนเขาหลวงสุโขทัย
ร้านค้าบนเขาหลวงสุโขทัย

มื้อเย็นวันนี้เราจัดหมูย่างค่ะซึ่งเราหมักกันไว้แล้ว แล้วปัญหาก็เกิดเมื่อฟืนที่มีนั้นเปียกฝน!! แล้วจะย่างหมูได้อย่างไรหล่ะ แต่แล้วเหมือนสวรรค์โปรดเมื่อมีคุณพี่เจ้าหน้าที่มาช่วยติดเตาให้และแนะนำพื้นที่หาฟืนต้องขอบพระคุณพี่เจ้าหน้าที่ผู้ใจดีจริงๆ มื้อนี้จึงจบกันแบบฟินๆ พร้อมบรรยากาศฝนที่พร้อมจะตกตลอดเวลา

วันที่ 3 เดิน..เดิน..และเดิน รอบเขาหลวง

เสียงผู้คนเริ่มส่งเสียงพูดคุยกันนอกเต็นท์ แต่แสงภายนอกยังมืดอยู่ ณ ตอนนี้คือเวลาตี 4 ครึ่ง นักท่องเที่ยวต่างเริ่มตื่นและเดินขึ้นไปยังผานารายณ์เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนเรานั้นกล้องพร้อม ไฟฉายพร้อม ออกเดินทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน

อากาศตอนนี้นั้นไม่หนาวมากกำลังสบาย ส่วนระยะทางมีแต่ขึ้น…และขึ้น แต่ไม่ได้ไกลจากจุดกางเตนท์นัก

เช้านี้เมฆไม่เปิดให้เราชมพระอาทิตย์มากนัก แต่หมอกที่ลอยคออยู่ก็พอชดเชยได้บ้าง

ผานารายณ์
ผานารายณ์

หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้วแผนวันที่คือเดินเที่ยวรอบเขา แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้องเช้านี้จึงจัดกันเต็มที่

อาหารเช้าบนเขาหลวง
อาหารเช้าบนเขาหลวง

เมื่อหนังท้องตึง หนังตาหย่อน ป่ะเข้าเตนท์นอนกัน.. ไม่ใช่!! ไปเดินเขาต่อสิ ใช่แล้ววันนี้เราจะเดินพิชิตยอดเขาทั้ง 4 แต่ช่วงเช้าเราได้ไปพิชิตแล้วหนึ่งยอดคือยอดผานารายณ์

ระหว่างทางมีน้ำตกเล็กๆ ให้ชื่นใจด้วย

น้ำตกบนเขาหลวงสุโขทัย

จุดแรกเมื่อเราเดินมาเรื่อยๆ คือยอดเขาเจดีย์ ที่นี่มีจุดสังเกตุคือจะมีหินซ้อนๆ กันเป็นรูปคล้ายเจดีย์

ยอดเขาเจดีย์
ยอดเขาเจดีย์

บนเขาหลวงสุโขทัยนี้ มีต้นมะขามป้อมอยู่เยอะและลูกใหญ่มาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความชุ่มคอไม่ควรพลาด ส่วนแอดมินนั้นจัดไปหลายลูก…ฝาดนิดๆ แต่หวานชุ่มคอ

ต้นไม้เขาหลวงสุโขทัย

เขาภูกา อีก 1 กิโลเมตรเท่านั้น

ป้ายบอกทางเขาหลวงสุโขทัย

แล้วเราก็เดินทางมาถึงยอดเขาภูกา จุดนี้เรียกได้ว่าวิวสวยมากสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา ที่นี่มีเจดีย์เล็กๆ ตั้งอยู่บนเนินหินให้เราได้สักการะ และเราได้แวะทานอาหารกลางวันกันที่นี่…ท่ามกลางสายฝนปรอยปราย ที่นี่ยังเป็นจุมชมพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย

ยอดภูกา
ยอดภูกา
ยอดภูกา

จากเขาภูกาสู่ยอดเขาแม่ย่า ยอดเขานี้เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกที่สุดเพราะเดินไม่ไกลจากจุดกางเตนท์

เขาพระแม่ย่า
เขาพระแม่ย่า
เขาพระแม่ย่า

ในครั้งนี้เราหยุดดูพระอาทิตย์ตกที่ผาชมปรง ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใช่จุดชมประอาทิตย์ตกที่สวยนักแต่วิวที่นี่สวยงามไม่แพ้จุดอื่นเลย

ผาชมปรง
ผาชมปรง
ผาชมปรง
ผาชมปรง

ที่นี่มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วย

ลานจอดเฮลิคอปเตอร์

วันที่ 3 ลง ลื่น ไหลไปกับพื้นดิน
เช้านี้เราเก็บกระเป๋าเตรียมตัวลง คืนเตาแก๊ส คืนอุปกรณ์การนอนต่างๆ และนำกระเป๋าไปชั่งเพื่อให้ลูกหาบแบกลง และไม่ลืมนำขยะของพวกเราลงไปทิ้งข้างล่างด้วย ลืมบอกไปว่าที่นี่ไม่มีถังขยะนะคะ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาต้องนำขยะของตัวเองลงไปทิ้งข้างล่างเอง จากนั้นจึงโบกมือลาพี่ๆ เจ้าหน้าที่ผู้ใจดี

..เส้นทางสู่หนทางลงในช่วงหน้าฝน..จากที่เคยเป็นเหมือนบันไดบัดนี้ทางลงได้กลายเป็นเครื่องเล่นสไลด์เดอร์ดีๆ แล้ว

ทางบนเขาหลวงสุโขทัย
ทางบนเขาหลวงสุโขทัย

เราเล่นสไลเดอร์กันจนก้นระบม ขาเกร็งจนสั่น กันอยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็เดินลงมาถึงด้านล่าง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและโทรหาเจ้าหน้าที่เพื่อให้มารับไปส่งที่สนามบิน ถึงสนามบินเห็นว่ามีเวลาเหลือเฟือจึงตัดสินใจไปเที่ยวโครงการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ภายในสนามบินสุโขทัย เราสามารถโทรหาโครงการเพื่อให้เขามารับที่สนามบินได้นะคะ

รถโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย

โครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย เกิดขึ้นในจากแนวคิดของนายแพทย์ปราเสริฐและคุณวัลลีย์ ปราสาททองโอสถ ได้ทดลองปลูกข้าวโดยไม่ใช้สารเคมีในพื้นที่เล็กๆ เมื่อสำเร็จจึงขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อยกระดับเป็นโครงการเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันมีพื้นที่กว่า 800 ไร่ มีทั้งนาข้าว แปลงผักและสวนผลไม้ ซึ่งปลูกโดยพึ่งพาปัจจัยทางธรรมชาติ โดยไม่ใช้ปุ๋ยทางเคมี ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากเกษตรกรอินทรีย์ตัวจริง

..ที่นี่ยังมีร้านอาหารซึ่งจัดว่ารสชาติใช้ได้เลยทีเดียว ราคาไม่แพงมากด้วยค่ะ

อาหารในโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย
อาหารในโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย

เมื่ออิ่มท้องแล้วไปเดินย่อยชมแปลงนากันค่ะ ช่วงที่ไปนั้นที่นี่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ค่ะ จึงเดินดูได้ไม่เยอะเท่าไหร่ จบกันด้วยภาพของโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย

โครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย
โครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย

One Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ร้านอาหารระนอง

ที่พักตัวเมืองระยอง

ที่พักตัวเมืองระยอง