เที่ยววัด ใกล้กรุงเทพ

เที่ยววัดใกล้กรุงเทพ
เที่ยววัดใกล้กรุงเทพ

วันพรุ่งนี้เป็น วันมาฆบูชาแล้วค่ะ แอดมิน อยากชวนเพื่อนๆไปเที่ยววัดสวยๆ ใกล้ๆเมืองกรุงกันค่ะ นอกจากจะได้พักผ่อนกายแล้ว จิตใจของเรายังได้พักผ่อนอย่างเต็มที่อีกด้วยนะคะ วันหยุดมาฆบูชาปีนี้ ถ้าไม่รู้จะไปทำบุญที่ไหน ลองจูงมือคนรู้ใจ หรือ คนในครอบครัว ไปเที่ยวกับเราซิค่ะ อิ่มบุญ สุขใจ แล้วยังได้สร้างบารมีให้กับตนเองและคนที่เรารักด้วยค่ะ บุญเท่านั้น ที่ช่วยคุ้มครองเรา บุญเท่านั้นที่ทำให้ชีวิตเราพบแต่ความสุขและความเจริญค่ะ ฟังดูดีนะค่ะ ^^ แต่เป็นเรื่องจริงค่ะ ถ้าใครที่ชอบทำบุญ สร้างกุศล บ่อยๆ จะทราบดีค่ะ ^^ พูดมาซะยาว ไปเที่ยวชมวัดสวยๆ ใกล้เมืองกรุงด้วยกันเลยค่ะ…

วัดพนัญเชิงวรวิหาร (อยุธยา)

วัดพนัญเชิงวรวิหาร
วัดพนัญเชิงวรวิหาร

วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดที่ ถ้าใครได้มาเที่ยวอยุธยาแล้วไม่ได้แวะมา นมัสการหลวงพ่อโตวัดนี้ ถือว่ายังมาไม่ถึงอยุธยาเลยทีเดียวค่ะ หลวงพ่อโต พระคู่บ้านคู่เมืองอยุธยามาช้านาน ซึ่งตามพงศาวดารกล่าวว่าสร้างขึ้นก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาถึง 26 ปี หรือตรงกับพ.ศ.1867 เดิมนามว่า พระเจ้าพแนงเชิง หรือเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวจีนว่า เจ้าพ่อซำปอกงหรือผู้คุ้มครองการเดินทางในทะเล ซึ่งได้รับพระราชทานนามใหม่จากรัชกาลที่ 4 ว่า พระพุทธไตรรัตนนายก เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ศิลปะอู่ทองตอนปลาย ปางมารวิชัยขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง 14.20 เมตร สูง 19.20 เมตร นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เมื่อคราวจะเสียกรุงในพ.ศ.2310 หลวงพ่อโตมีน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย เป็นที่อัศจรรย์นัก

ส่วนพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปทอง ปูนและนาค ซึ่งเดิมทีเป็นเพียงพระพุทธรูปปูนปั้นทั้ง 3 องค์ แต่เพิ่งค้นพบภายหลังว่าเป็นทองและนาคเมื่อปูนกระเทาะออก จึงสันนิษฐานว่าก่อนจะเสียกรุง ชาวบ้านนำปูนมาพอกองค์พระไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พม่าเผาลอกเอาทองพระไป

พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ (นครนายก)

พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์
พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์

พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ นครนายก เป็นพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ขนาดใหญ่ ที่แวดล้อมไปด้วยรูปปั้นพระอรหันตสาวก 1,250 รูป ณ สถานที่นี้ คล้ายภาพเหตุการณ์ครั้งพุทธกาล ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโอวาทปาติโมกข์ แก่ภิกษุ 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ เวฬุวันมหาวิหาร ใกล้กรุงราชคฤห์ ในวันเพ็ญเดือน 3 ได้ย้อนมาปรากฏอยู่ตรงหน้าอีกวาระหนึ่ง รวมทั้งประติมากรรมทราย “พุทธจริยาวัตร 60 ปาง” เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ทำนองเดียวกับพุทธประวัติ รวมทั้งสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาในต่างประเทศ เช่น เจดีย์สวยัมภูวนารถ ที่เนปาล เจดีย์พุทธคยา ที่อินเดีย เป็นต้น ประติมากรรมทรายนี้มีขนาดกว้าง 7.4 เมตร ยาว 54 เมตร สูง 6.4 เมตร ใช้ทรายแม่น้ำน้ำหนัก 100 ตัน ถือได้ว่าเป็นประติมากรรมทรายที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

วัดขุนอินทประมูล (อ่างทอง)

วัดขุนอินทประมูล
วัดขุนอินทประมูล

วัดขุนอินทประมูลเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่มีชื่อว่า พระศรีเมืองทอง มีความยาววัดจากปลายพระเมาลีถึงปลายพระบาทได้ 50 เมตร (25 วา) เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหาร แต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไป เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1 เหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝน อยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อย ๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอนมีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็นน่าเลื่อมใสศรัทธา

วัดม่วง (อ่างทอง)

วัดม่วง
วัดม่วง

วัดม่วงเดิมเป็นวัดร้าง ตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า จนกระทั่ง พระคูวิบูลอาจารคุณ (หลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ) ได้มาปักกลดธุงดงค์ เห็นว่าบริเวณนี้เคยเป็นวัดร้าง จึงน่าปฏิบัติธรรม แต่ขณะปฏิบัติธรรม ได้ปรากฏนิมิต เห็นองค์หลวงปู่ขาว และหลวงปู่แดง มาบอกว่าให้ท่านได้ช่วยก่อสร้างวัดม่วงขึ้นมาใหม่ เพราะท่านพระครู เป็นผู้มีบารมี ที่สามารถจะก่อสร้างบูรณะวัดม่วงขึ้นมาใหม่ และจะส่งผลให้ผู้ที่เคยอาศัยบริเวณนี้ในสมัยก่อนได้มาเกิด ต่อมาในปี พ.ศ. 2534 ท่านพระวิบูลอาจารคุณ ได้ร่วมพลังจิตอธิฐาน ร่วมกับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ได้สมทบทุนสร้างพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพระนามว่าพระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ เพื่อน้อมถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยขนาดหน้าตักกว้าง 62 ม. สูง 93 ม. มูลค่าในการก่อสร้างราวหนึ่งร้อยหกล้านบาท โดยใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 16 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 – 2550 ปัจจุบันวัดม่วง มีพื้นที่กว้างขวางถึง 72 ไร่ ซึ่งที่ดินดังกล่าว ท่านพระครูวิบูลอาจารคุณ ได้ซื้อรวบรวมได้ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ เพื่อจัดทำเป็นสถานที่ศึกษาพระธรรม พระพุทธศาสนาและปฏิบัติธรรม สำหรับพระภิกษุสงฆ์ตลอดจนประชาชนทั่วไป, โรงพยาบาลสงฆ์, ศูนย์จำหน่ายสินค้าศิลปาชีพในโครงการหลวง

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร (สระบุรี)

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม มีปูชนียสถานสำคัญอันเลื่องชื่อคือ ‘รอยพระพุทธบาท’ ขนาดความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11 นิ้ว ที่ประทับบนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี ด้วยเป็นรอยพระบาทตามลักษณะ 108 ประการ พระเจ้าทรงธรรม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราวครอบไว้ และมีการต่อเติมกันอีกหลายสมัยพระมณฑปเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว ผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจก บานประตูเป็นงานประดับมุกชั้นเยี่ยมของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นสู่พระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย หมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์ หัวนาค 5 เศียรที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด สำหรับผู้ที่มานมัสการสามารถแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ได้ ด้วยการตีระฆังที่แขวนเรียงรายอยู่รอบมณฑป เชิงบันไดนาคมีศาลาเปลื้องพระภูษา การได้มา วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้กราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังได้ชมโบราณสถานและโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย นับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

ใส่ความเห็น

เที่ยวชัยภูมิ

3 ที่เที่ยวยอดฮิตชัยภูมิ ต้องห้ามพลาด

งานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 46

งานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 46