สวัสดีปีใหม่ไทยไหว้พระ 10 วัด รอบกรุงรัตนโกสินทร์

ไหว้พระกรุงเทพ สงกรานต์
ไหว้พระกรุงเทพ สงกรานต์
ไหว้พระกรุงเทพ สงกรานต์
ไหว้พระกรุงเทพ สงกรานต์

สงกรานต์ปีนี้ เพื่อนๆคนไหนที่อยู่กรุงเทพ และไม่ได้ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด อย่าลืมไปไหว้พระขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและคนที่เรารัก ในปีใหม่ไทยกันนะคะ ซึ่งปีนี้ ททท. ร่วมกับ ขสมก. จัดรถเวียนไหว้พระช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ในกิจกรรม “สวัสดีปีใหม่ไทยไหว้พระ 10 วัด”

ซึ่งรถที่นำเที่ยวเพื่อไปไหว้พระจะเป็นรถเวียนรับ-ส่ง นักท่องเที่ยวแต่ละจุด ตามเส้นทางตามนี้เลยค่ะ
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รถจะจอดข้างห้างเซ็นเตอร์วัน (Center One) – วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร – วัดสามพระยาวรวิหาร – วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร – วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร – วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร – วัดพระศรีรัตนศาสดาราม – วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร – วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร – วัดราชนัดดารามวรวิหาร

ซึ่งกิจกรรมดีดีนี้ มีรถของ ขสมก ไว้บริการทั้งหมด 10 คัน รถจะออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเที่ยวแรกเวลา 8.00 นาฬิกา และเที่ยวสุดท้ายเวลา 16.00 นาฬิกา โดยรถจะออกทุกๆ 15 นาที ซึ่งเป็นรถเวียน เราสามารถจอดลงตรงวัดที่เราต้องการทำบุญไหว้พระได้เลยค่ะ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเที่ยววัดแรกแล้วให้มารอเพื่อไปวัดต่อไปตรงจุดจอดรถที่เราลงมาครั้งแรกค่ะ

กิจกรรมดีดี เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 17 เมษายน 2561
เริ่มเวลา 8.00-16.00 น. (รถเที่ยวแรก และ รถเที่ยวสุดท้าย)
นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถจุดแรกได้ที่ ป้ายหยุดรถประจำทางบริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1672

ประวัติโดยย่อของ 10 วัด

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้น โดยมีสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความวิจิตรงดงามและเป็นระเบียบ ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง ทั้งยังประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี เป็นที่รู้จักกัน โดยทั่วไปในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในชื่อ “Marble Temple”

พระประธานของวัดจำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก บริเวณพระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถเรียงราย ด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ 52 องค์ ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมมาจากหัวเมืองต่าง ๆ และต่างประเทศ

วัดสามพระยาวรวิหาร

ขอขอบคุณ รูปภาพจาก บล๊อก oknation สายลมที่ผ่านมา
ขอขอบคุณ รูปภาพจาก บล๊อก oknation สายลมที่ผ่านมา

วัดสามพระยาเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งอยู่ท้องที่แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้มีการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะ มาโดยลำดับ เป็นวัดที่ประดิษฐานพระประธานศักดิ์สิทธิ์ 3 องค์ คือ หลวงพ่อพระพุทธเกสร, หลวงพ่อพระนั่ง และ หลวงพ่อพระนอน

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

ขอขอบคุณ รูปภาพจาก dpu.ac.th
ขอขอบคุณ รูปภาพจาก dpu.ac.th

วัดชนะสงคราม เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง เดิมเรียกว่าวัดกลางนา ต่อมาถูกยกสถานะเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนนิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล คุ้มครองดวงชะตา สะเดาะเคราะห์ ช่วยให้ร้ายกลายเป็นดี เสริมให้มีชัยชนะต่ออุปสรรคและศัตรูหมู่มารทั้งปวง

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

ขอขอบคุณ รูปภาพจาก dhammajak.net
ขอขอบคุณ รูปภาพจาก dhammajak.net

อยู่ที่ถนนพระสุเมรุ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพเป็นแม่กองก่อสร้างเคยเป็นที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4, 6, 7 และ 9 เมื่อคราวทรงผนวชสิ่งที่น่าชมในวัดนี้ได้แก่ พระพุทธชินสีห์ พระรูปสมเด็จพระสมณเจ้า 2 องค์ คือ สมเด็จกรมพระยาปวเสศวิทยาลงกรณ์ และสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง ตำหนักปั้นหยา และพระศาสดา พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ซึ่งพระมหาธรรมราชาลิไททรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 1900

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

ตั้งอยู่ริมสนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ (ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร) เป็นพระอารามหลวงฝ่ายมหานิกายชั้นเอก เดิมชื่อว่า วัดสลัก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทโปรดให้สร้างขึ้นใหม่พร้อมกับพระบรมมหาราชวังแล้วพระราชทานนามว่า “วัดนิพพานาราม” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระศรีสรรเพชญ์” เคยใช้เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฏกหลังจากกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จสวรรคตแล้วพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงเปลี่ยนนามพระอารามใหม่ว่า “วัดมหาธาตุ” ส่วนคำว่า “ยุวราชรังสฤษดิ์” มาเพิ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหลังจากที่ทรงปฏิสังขรณ์แล้ว ภายในวัดมีสิ่งสำคัญคือ พระอุโบสถ พระวิหารพระมณฑป วิหารโพธิ์ลังกา หรือวิหารน้อย ต้นศรีมหาโพธิ์ และมหาวิทยาลัยสงฆ์ชื่อ “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

วัดพระแก้ว
วัดพระแก้ว

วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ วัดพระแก้วสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2327 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-9 ตลอดทุกรัชกาล ภายในพระอุโบสถ และระเบียงรอบวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงามมาก สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ภายในวัดได้แก่ พระปรางค์ 8 องค์ พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทนครวัดจำลอง ปราสาทพระเทพบิดร ฯลฯ

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

วัดโพธิ์
วัดโพธิ์
วัดโพธิ์
วัดโพธิ์
วัดโพธิ์
วัดโพธิ์

อยู่ที่ถนนมหาราช เขตพระนคร ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม วัดนี้ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ทั้งหมด และได้นำเอาตำราวิชาการด้านต่างๆ มาจารึกไว้โดยรอบ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ถือได้ว่าวัดโพธิ์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย นอกจากนี้ที่วัดโพธิ์ยังมีพระพุทธไสยาสน์ องค์ใหญ่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่ออิฐถือปูนปิดทองทั้งองค์ ยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร ที่ฝ่าพระบาทแต่ละข้างมีลวดลายประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย

วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร

วัดสุทัศน
วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร

วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ถนนบำรุงเมือง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีพระราชประสงค์ จะสร้างพระวิหารให้มีขนาดใหญ่เท่ากับพระวิหารวัดพนัญเชิง เป็นศรีสง่าแก่พระนคร ได้พระราชทานนามไว้ว่า “วัดมหาสุทธาวาส” แต่สร้างยังมิทันสำเร็จ ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงดำเนินงานต่อ และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดสุทัศน์เทพวราราม” สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วัดสุทัศน์ไม่มีเจดีย์เหมือนวัดอื่น ๆ เพราะมีสัตตมหาสถานเป็นอุเทสิกเจดีย์ (คือต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา 7 ชนิด) แทนที่อยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) พระประธานของวัดที่ได้ชะลอมาจากวิหารหลวง วัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย และบานประตูพระวิหาร ซึ่งเป็นศิลปกรรมชั้นเยี่ยมทางด้านการแกะสลักในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะคู่ที่เป็นฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้นำไปเก็บรักษาไว้ใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

วัดราชนัดดารามวรวิหาร

วัดราชนัดดารามวรวิหาร
วัดราชนัดดารามวรวิหาร

อยู่ที่ถนนมหาไชย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2389 เป็นวัดที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้า โสมนัสวัฒนาวดี มีเจ้าพระยายมราชเป็นแม่กองออกแบบ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์เป็นแม่กองสร้างโลหะปราสาท วัดนี้แปลกกว่าวัดอื่น คือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างธรรมเจดีย์ปราสาทแทนการสร้างพระเจดีย์ (นับเป็นแห่งที่ 3 ของโลก) มีความสูง 36 เมตร ประกอบด้วย เจดีย์ล้อมรอบ 37 องค์ เพื่อให้เท่ากับ “โพธิปักขียธรรม 37 ประการ” ปัจจุบันโลหะปราสาทแห่งนี้เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก เนื่องจากโลหะปราสาทที่ประเทศอินเดีย และศรีลังกาได้ปรักหักพังไปหมดแล้ว

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)

อยู่นอกกำแพงเมือง ริมคลองมหานาค ตรงที่บรรจบกับคลองบางลำพู อยู่ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เดิมเป็นวัดเก่าชื่อว่า “วัดสะแก” ได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอารามในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระราชทานนามว่า “วัดสระเกศ”

ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยทรงเลียนแบบมาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยา แล้วเสร็จในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” มีความสูง 77 เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดค้นพบที่เมืองกบิลพัสดุ์และพิสูจน์ได้ว่าเป็นของพระสมณโคดม ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราชเพราะมีคำจารึกอยู่ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขณะนั้นกำลังทรงผนวชอยู่ที่ประเทศอินเดีย ได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาถวายในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทย ทรงเป็นกษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่เป็นพุทธมามกะอยู่ในขณะนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

เที่ยวสงกรานต์ กรุงเทพ

สงกรานต์ชุ่มฉ่ำ กับ 5 วัดดัง กรุงเทพ

9 ร้านอาหารดัง กระบี่ ต้องห้ามพลาด

ร้านอาหารกระบี่